ความสุขจากกระดาษหนึ่งแผ่น
โอริงามิ หรือ การพับกระดาษแบบญี่ปุ่น เป็นงานศิลปะที่อาศัยเพียง กระดาษ ดวงตา และ สองมือ แค่นี้ไม่ว่าจะเป็นใคร รุ่นเล็กหรือรุ่นใหญ่ก็สามารถสร้างผลงานสวยๆ ได้ตั้งมากมายหลายร้อยแบบ ยิ่งมีผลพลอยได้เป็นการฝึกสมาธิไปในตัวด้วยแล้ว...จะช้าอยู่ไย รวมกลุ่มกันเข้ามา สุภาพสตรีคนนี้ยินดีจะถ่ายทอดความรู้ให้แบบหมดเปลือกเลย
“ความสุขของดิฉันอยู่ที่การได้ถ่ายทอดความรู้ให้กับคนที่สนใจ ทีแรกเราอาจทำเพื่อให้ความสุขกับตัวเองก่อน พอตอนหลังกลายเป็นว่า การสอนคนอื่นให้ทำได้อย่างเรา มันทำให้วิชาไม่ตายไปกับตัวเรา เพราะเขาสามารถจะเอาไปขยายผล ยิ่งถ้าเป็นคุณครู โดยเฉพาะเมื่อก่อนดิฉันสอนเกือบจะทั่วประเทศก็ว่าได้ เพราะเจแปนฟาวน์เดชั่นมีโครงการคาราวานหนังญี่ปุ่น ก็จะมีเจ้าหน้าที่สับเปลี่ยนออกไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ที่จะฉายหนัง ในขณะที่ฉายหนังนั่นแหละ ดิฉันจะบอกให้เขารวบรวมครูสอนศิลปะหรือครูที่ชอบทางนี้มา ดิฉันจะสอนให้เพื่อที่จะได้ไปสอนเด็กต่อ แต่ก็มีบางโรงเรียนนะคะที่ครูมาถามว่า ทำอย่างนี้ต้องการอะไร ดิฉันก็ตอบว่า ดิฉันต้องการแค่จะสอนสิ่งที่เรารู้ให้เท่านั้น ไม่ได้หวังหรือต้องการสิ่งตอบแทนอะไรเลย แต่ดิฉันเข้าใจว่า ที่เขาถามอาจจะเป็นเพราะระแวงว่าเรามีเจตนาอะไรแอบแฝงอยู่หรือเปล่า แต่ก็น่าดีใจที่พอเราสอนจบ เขาชื่นชม อย่างเวลาสอนทำนกกระเรียนบินได้ ไม่เฉพาะแต่เด็กที่ชอบ ผู้ใหญ่เองก็ชอบ แล้วปฏิกิริยาของทุกคนคือ ภูมิใจในตัวเองที่ทำออกมาแล้วมันบินได้ เราเองก็มีความสุขที่เห็นเขายิ้ม เพราะมีความสุขกับงานของ เขาซึ่งก็เป็นสิ่งที่เราสอนไปนั่นแหละ เรียกว่าสุขกันถ้วนหน้า”
กล่องแบบต่าง ๆ ผลงานที่ชอบพับ
คุณดวงใจ มีกังวาล เจ้าหน้าที่ประสานงานอาวุโสของเจแปนฟาวน์เดชั่น หรือ มูลนิธิญี่ปุ่น เล่าถึงประสบการณ์ในการเดินทางไปสอนพับกระดาษแบบญี่ปุ่นตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งไม่ได้มีแต่เฉพาะตามโรงเรียนเท่านั้น บริษัทห้างร้านต่างๆ เรื่อยไปจนถึงกลุ่มแม่บ้านและคนทั่วไปที่สนใจ เธอก็เคยสอนมาแล้วทั้งนั้น
ทำเพื่อให้ความสุขกับตัวเอง
“เริ่มแรกสมัยเรียนปี ๑ ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ดิฉันจะเดินไปชมภาพยนตร์ที่สำนักข่าวสารญี่ปุ่น ตรงวงเวียนปทุมวันซึ่งเดี๋ยวนี้เป็นห้างโตคิว เขาจะฉายให้ชมฟรี วันนั้นเป็นเรื่องโอริงามิ ซึ่งไตเติ้ลกับตอนจบจะเป็นรูปนกกระเรียนบินได้ ดิฉันรู้สึกมหัศจรรย์ใจมากว่า เขาทำได้ยังไง พอดีว่าเป็นศิษย์เรียนภาษาญี่ปุ่นที่นี่อยู่แล้วด้วย ตอนเย็นจะไปนั่งรอก่อนเข้าเรียนที่ห้องสมุด ก็ได้เจอหนังสือโอริงามิเล่มหนึ่งที่สอนพับนกกระเรียนบินได้ ดิฉันเลยนั่งแกะแบบ ซึ่งมีแต่ภาษาญีปุ่นและเป็นตัวสัญลักษณ์ ไม่มีคำอธิบายเลย พับไปพับมาเกิดทำได้เลยย่ามใจทำตัวต่อๆไป (หัวเราะ)
ดอกคาเมเลีย
พอเรียนจบ ไปทำงานเป็นครูสอนภาษาฝรั่งเศสกับภาษาอังกฤษที่สาธิตเกษตรฯ ๔ ปี ชีวิตก็ผันผวนเปลี่ยนมาทำงานที่เจแปนฟาวน์เดชั่น ตำแหน่งแรกคือเป็นเลขา ดูแลห้องสมุดและการจัดกิจกรรมต่างๆ มีอยู่ครั้งหนึ่งได้จัดการอบรมสอนการพับกระดาษให้กับครูและนักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น พอดีดิฉันได้เป็นผู้ประสานงานเลยต้องตามไปด้วย อาจารย์สอนอะไรก็ได้เรียนด้วย ที่นี้พอไปสอนหลายแห่งเข้า ตอนหลังเลยได้กลายเป็นผู้ช่วยสอน พอผู้เชี่ยวชาญกลับไป ท่านทิ้งกระดาษกับตำราไว้ให้ ดิฉันก็มาเรียนรู้เองไปเรื่อยๆ จนกระทั่งรู้สึกว่าเป็นสิบปีเลยนะถึงจะมีผู้เชี่ยวชาญมาอีกคน แล้วระหว่างนั้นเวลามีคนสนใจติดต่อมาจะทำยังไง ดิฉันเลยเสนอว่า ลองมาเรียนกับดิฉันมั้ย ก็ตกลงมาเรียนกันตอนกลางวันหลังทานข้าว ส่วนใหญ่จะเป็นพวกแม่บ้านและคนทั่วไปที่มาเรียนด้วยใจรัก แล้วถ้าจะว่าไป การที่คนชอบการพับกระดาษ ก็เพราะมันทำง่ายมาก มีแค่กระดาษแผ่นเดียว กับมือและตาของเราก็ทำได้แล้ว เวลาพับก็เพลิน ได้ฝึกการทำงานระหว่างประสาทตากับกล้ามเนื้อนิ้วมือให้ประสานกัน และยังเหมือนเป็นการฝึกสมาธิไปในตัวด้วย จนตอนหลังเริ่มขยายเป็นคณะติดต่อมาให้ช่วยไปอบรมให้หน่อย บางทีเป็นฝ่าย Customer Service ติดต่อให้ไปสอนให้ลูกค้าหรือพนักงาน ดิฉันก็เอาลูกชายไปช่วยสอนด้วย เพราะเขาเริ่มเรียนกับดิฉันตั้งแต่เล็กๆ”
ผลงานที่พับได้ นำไปประดับทำที่คั่นหนังสือ
สอนคนอื่นให้ทำได้อย่างเรา
“ดิฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะมาถึงขั้นเปิดอบรม เริ่มต้นแค่เราชอบ อยากทำ เพราะว่าเป็นคนชอบพวกงานฝีมืออยู่แล้ว การสอนจะมีทั้งที่เกี่ยวและไม่เกี่ยวกับงานประจำ คือถ้ามีหนังสือขอตัวมาในวันธรรมดา ถ้าเจ้านายอนุญาตก็ออกไปได้ แต่ถ้าเป็นเสาร์-อาทิตย์จะถือเป็นงานส่วนตัว ตารางการสอนก็ไม่แน่นอนค่ะ ส่วนใหญ่จะชุกช่วงปลายปี เพราะดิฉันไม่ได้สอนเฉพาะการพับกระดาษ แต่ยังสอนการห่อของขวัญแบบญี่ปุ่น และการห่อของขวัญด้วยผ้าที่เรียกว่า “ฟุโรชิขิ”ด้วย
เริ่มแรกดิฉันจะสอนให้หัดพับด้วยกระดาษรีไซเคิลก่อน จนเก่งแล้วถึงจะเอากระดาษสวยๆ มาทำ ซึ่งความเพลิดเพลินของการพับกระดาษอย่างหนึ่งคือ การเลือกสีของกระดาษ เช่นว่ากล่องใบนี้จะใช้สีอะไรถึงจะผสมผสานกันออกมาสวย แต่ถ้าพูดจริงๆ ใช้กระดาษอะไรก็ได้ค่ะ แต่ควรจะเป็นกระดาษที่เหนียวสักหน่อย ไม่หนาและไม่บางจนเกินไป กระดาษของญี่ปุ่นจะเหมาะที่สุด เพราะจะมีขนาดมาตรฐานเลยคือ ๑๕x ๑๕ ซม. แต่ในการสอน ดิฉันจะใช้กระดาษที่มีขนาดใหญ่หน่อย เพื่อให้เห็นกันทั่ว พื้นฐานการพับจะเริ่มจากการพับเป็นสามเหลี่ยม หรือรูปภูเขา และสี่เหลี่ยม หรือรูปแม่น้ำ ดิฉันไม่ได้คิดแบบเอง แต่จะรวบรวมแบบจากประสบการณ์ที่ไปอบรมมาหลายปีดูว่า คนที่มาเรียนชอบแบบไหนบ้าง แล้วก็ทำเป็นหนังสือ มีทั้งหมด ๒๔ แบบ โดยนอกจากจะเขียนเป็นสัญลักษณ์แล้ว ดิฉันยังอธิบายเป็นภาษาไทยทุกขั้นตอนด้วย
หนังสือเล่มนี้รวบรวมแบบพับพื้นฐานไว้ถึง 24 แบบ อธิบายขั้นตอนการพับเป็นภาษาไทยทุกขั้นตอน แถมด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับแบบพับบางแบบกับวัฒนธรรมความเชื่อของญี่ปุ่นด้วย ติดต่อซื้อได้ที่ดวงใจ โทร. 086-562-2497 ราคาเล่มละ 50 บาท ค่าส่งฟรี
ตัวอย่างกระดาษพับขนาดมาตรฐาน แบบไล่สี
ปกติเรียนชั่วโมงครึ่งจะทำได้ประมาณ ๕ แบบ เช่น นกกระเรียนบินได้ ปักษาช่างเจรจา เสื้อเชิ้ต กล่องสี่เหลี่ยม และหัวใจ ซึ่งอันนี้ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น เอาไปติดการ์ดวันเกิด วันวาเลนไทน์ แต่เมื่อเร็วๆนี้ ดิฉันได้ขึ้นไปสอนครูและผู้ดูแลเด็กเล็กในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีคุณครูผู้ชายคนหนึ่งเขียนโน้ตมาว่า “อาจารย์ครับวันแห่งความรักของไทยไม่ใช่วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์นะครับ แต่เป็นวันมาฆบูชา” ดิฉันก็ขอบคุณเขา คือการที่เราเป็นครูไม่ใช่ว่าจะรู้หมดทุกอย่าง ดังนั้นถ้ามีใครมาบอกความรู้หรือมาติ ดิฉันถือว่า เขาชี้ขุมทรัพย์ให้เรา ส่วนผลตอบรับในการสอนแต่ละครั้ง เขาจะชอบกันมาก เกินเวลาทุกทีเลยค่ะ คือพูดง่ายๆว่า ติดลม ไม่ใช่ครูนะคะ แต่เป็นนักเรียนติดม ครูเลยเลิกไม่ได้”
กล่องสี่เหลี่ยมมีฝาปิดที่มีสอนในหลักสูตรเบื้องต้นด้วย
พับกระดาษเจริญสติ
“ดิฉันเคยป่วยเป็นอัมพาตครึ่งตัวตั้งแต่หน้าอกลงไป แพทย์บอกว่าเป็นไขสันหลังอักเสบ ตอนที่มือเริ่มชา นักกายภาพบำบัดได้แนะนำให้ทำงานฝีมืออะไรก็ได้ที่ใช้มือเยอะๆ พอดีว่ามีโอริงามิติดมาด้วย ดิฉันเลยนั่งพับใหญ่เลย พวกพยาบาล นักศึกษาแพทย์ หรือแม้แต่คนเฝ้าไข้เตียงข้างๆ ใครเห็นก็ชอบกันทั้งนั้น ตอนหลังเลยมานั่งสอนกันในโรงพยาบาลเลย แล้วดิฉันเป็นคนที่ปฏิบัติธรรมด้วย ดังนั้นครั้งที่ภูมิใจที่สุดก็คือ เมื่อปีที่แล้วมีธรรมสถานว่องวานิชเห็นความสำคัญของสิ่งที่เราทำว่า น่าจะเอามาสอนเรื่องการเจริญสติได้ เลยเชิญดิฉันไปสอน “พับกระดาษเจริญสติ” วัตถุประสงค์ก็เพื่อการเจริญสติและทำสมาธิ เพราะเวลาที่เจริญสติในแต่ละขั้นตอน เราได้ทำสมาธิในช่วงสั้นๆ ทีนี้พอทำสมาธิช่วงสั้นติดต่อกันมันจะกลายเป็นสมาธิช่วงยาวเลย
แต่วิธีการสอนจะต่างกัน ถ้าพับกระดาษธรรมดา เราจะบอกว่า พับครึ่งเป็นสามเหลี่ยมรูปภูเขา แล้วกรีดกระดาษให้เรียบ แต่ถ้าสอนแบบเจริญสติจะต้องบอกว่า ให้พับครึ่งเป็นสามเหลี่ยมภูเขานะคะ แต่สติเราต้องตามรู้ด้วยว่า “พับหนอ” คือขณะนี้กำลังพับอยู่นะ แล้วก็ “กรีดหนอ” ซึ่งเวลาที่เราพับหรือกรีด โดยเฉพาะตอนกรีดเรารู้สึกอย่างไร ดิฉันจะถามนักเรียน บางคนก็จะบอกว่ารู้สึกว่ามันแข็งๆ เพราะพื้นมันแข็ง ซึ่งความแข็งนั้นคือสภาวะปรมัตถ์ คือสภาวะที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง การกรีดมันไม่ให้ความหมายอะไร แต่ถ้ากรีดแล้วสามารถทะลุทะลวงความรู้สึกเข้าไปได้ว่า มันแข็ง นั่นล่ะค่ะเราเข้าถึงสภาวะปรมัตถ์แล้ว ดิฉันคิดวิธีการสอนขึ้นมาเองจากการที่เราได้ฝึกปฎิบัติธรรมด้วยตัวเองมาสิบกว่าปี ก็เลยพยายามจะให้เขาได้ทำความรู้สึกให้เข้าถึงความรู้สึกจริงๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเขาเองตามความเป็นจริง
อีกแห่งที่ไปสอนคือ เสถียรธรรมสถาน ถือเป็นสถานที่สำหรับครอบครัวเลย โดยเฉพาะช่วงเสาร์-อาทิตย์จะมีจัดเป็นกลุ่ม ใครชอบศิลปะแบบไหนก็ไปเข้ากลุ่มได้ ดิฉันก็ไปเสนอตัวกับคุณแม่ชีศันสนีย์ ท่านให้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่เพื่อนัดแนะวันกัน ก็จะมีน้องๆ มาเรียน หรือบางทีพ่อแม่ก็มาเรียนกับลูกด้วย ดิฉันตั้งใจไว้ค่ะว่า จะเผยแพร่ไปให้นานเท่าที่จะมีแรงทำได้ เพราะไม่อยากให้ความรู้อยู่กับเราคนเดียว อยากจะให้เป็นวิทยาทาน และตอนหลังยังกลายมาเป็นให้ธรรมทานด้วย”
กล่องหกเหลี่ยม และแปดเหลี่ยมที่ต้องอาศัยทักษะขั้นสูง
กล่องประดับดอกไฮเดรนเยียที่ฝากล่อง
ดอกไม้ต่าง ๆ ก็ชอบพับ
ทำของประดับตกแต่งก็เพลินดี